หน่วยที่ 4 เทคนิคการสร้างและการเก็บภาพ

การใช้งาน Foreground และ Background Color

การใช้งานในส่วนของ Foreground และ Background Color สามารถทำได้ที่ส่วนของ Toolbox ดังรูป

30

สามารถเปลี่ยนสีได้โดยคลิกที่กรอบ Foreground หรือ Background จะปรากฏ Color Picker ให้เปลี่ยนสี

31

การใช้งาน Type Tool

สามารถสร้างข้อความได้ทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง32 การสร้างข้อความแต่ละครั้งโปรแกรม Adobe Photoshop จะสร้าง Layer ใหม่อัตโนมัติ ลักษณะของข้อความจะมี 2 รูปแบบคือ

1. แบบ Point Type จะมีรูปแบบเป็นคำหรืออักษรสั้น ๆ 1 บรรทัด โดยกำหนดจุดเริ่มต้นของข้อความบน

ชิ้นงาน โปรแกรมจะสร้าง Type Layer ขึ้นมา และสามารถพิมพ์ข้อความลงไปได้

เมื่อพิมพ์ข้อความเรียบร้อย ให้คลิกที่ปุ่ม เพื่อตกลง หรือคลิกปุ่ม25 เพื่อตกลง

2. แบบ Paragraph Type จะมีรูปแบบเป็นข้อความที่มีหลายบรรทัด โดยจะอยู่ภายในขอบเขตที่กำหนด

เดียวกัน (Bounding box) โดยกำหนดจุดขอบเขตของข้อความที่ใส่ โปรแกรมจะสร้าง Type Layer ขึ้นมา และสามารถพิมพ์ข้อความและจัดเป็น Paragraph ได้จาก Paragraph Palette เมื่อพิมพ์ข้อความเรียบร้อย ให้คลิกที่ปุ่ม เพื่อตกลง หรือคลิกปุ่ม25

34


หากต้องการแก้ไขข้อความที่พิมพ์ให้คลิกที่ปุ่ม32 แล้วลากเมาส์บนข้อความที่ต้องการแก้ไขให้เกิดแถบสี แล้ว จึงปรับแก้ไขข้อความ หรือเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติต่าง ๆ ของข้อความบน Tool options bar เมื่อแก้ไขเรียบร้อยแล้วจึง คลิกปุ่ม 25

หากต้องการตัวอักษรที่มีลวดลายของภาพ Background เช่น1 สามารถทำได้โดยใช้สร้าง Selection ของตัวอักษร ซึ่งมีวิธีให้คลิกที่ปุ่ม32 เพื่อเลือก Horizontal Type Mask Tool หรือ Vertical Type Mask Tool แล้วพิมพ์ข้อความที่ชิ้นงาน เมื่อพิมพ์เสร็จ จะเกิด Selection ที่เป็นตัวอักษร จากนั้น สามารถที่จะคัดลอกลวดลายภาพที่ต้องการตาม Selection ของข้อความนั้นได้

คุณสมบัติต่าง ของ Type Tool

2

Warp Text เมื่อคลิกปุ่ม3 จะปรากฏ Dialog สำหรับกำหนดค่าเพื่อปรับแต่งรูปทรงของข้อความ

4

ตัวอย่าง Warp Text

5

การใช้งาน Layer

ลักษณะการทำงานของ Layer เป็นเหมือนแผ่นใสวางซ้อนกันเป็นลำดับของรูปภาพ ช่วยแยกการทำงานให้ ชัดเจน โดยการทำงานแต่ละครั้งจะมีผลกับ Layer ที่เลือกอยู่เท่านั้น การมองจะอยู่ในลักษณะมองจากด้านบนลงมา ด้านล่าง วิธีการเรียกใช้งาน Layer คลิกที่เมนูคำสั่ง Window ที่แถบ Menu bar เลือกคำสั่ง Show Layer ถ้าหากพบว่า Hide Layers แสดงว่า Palette Layer ถูกแสดงแล้ว

Active Layer คือ Layer ที่กำลังถูกทำงานอยู่ สามารถเลือก Layer ได้จากการคลิกที่แถบ Layer จากนั้นช่อง Indicates if Layer is จะมีสัญลักษณ์รูปพู่กันปรากฏ หากต้องการเคลื่อนย้าย Layer โดยให้ Layer อื่นเคลื่อนย้ายตาม ให้คลิกที่ช่อง Indicates if Layer is ให้เป็นรูปโซ่เพื่อเชื่อม Layer เข้าด้วยกัน

การเปลี่ยนลำดับของ Layer สามารถทำได้โดยคลิกเมาส์ที่ Layer ค้างไว้แล้วลากไปยังลำดับของ Layer ที่ ต้องการแล้วปล่อยเมาส์

ที่ช่อง Indicates Layer Visibility หากปรากฏสัญลักษณ์รูปตาหมายความว่า Layer นั้นถูกแสดงอยู่ หาก ต้องการซ่อน Layer ไม่ให้แสดงผล ให้คลิกที่ช่อง Indicates Layer Visibility สัญลักษณ์รูปตาจะหายไป

6

การสร้าง Layer ขึ้นใหม่ ให้คลิกที่ปุ่ม7 หากต้องการคัดลอก Layer ให้คลิก Layer ที่ต้องการแล้วปล่อย ลงที่ปุ่มนี้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าต้องการลบ Layer หลังจากคลิกเลือก Layer ที่ต้องการแล้วให้คลิกที่ปุ่ม 8

การ Lock Layer

เป็นการกำหนดคุณสมบัติต่าง ๆ เพื่อบังคับไม่ให้ Layer ถูกเปลี่ยนแปลงหรือได้รับผลกระทบใด ๆ มี ทั้งหมด 4 รูปแบบดังนี้

1. Lock transparent pixels ห้ามไม่ให้เติมสีหรือปรับแก้สีลงไปใน pixels ที่โปร่งแสงบน Layer ได้

2. Lock image pixels ห้ามไม่ให้มีการแก้ไขหรือตกแต่งภาพบน Layer

3. Lock position ห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายตำแหน่งของ Layer

4. Lock all ห้ามโดยใช้การกำหนดคุณสมบัติของทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมา

9

การ Merge Layer

เป็นการรวมชั้นของ Layer ตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไปมาไว้รวมกัน โดยคลิกที่ปุ่ม แล้วจะปรากฏ Dialog สำหรับเลือกแบบต่าง ๆ ของการ Merge Layer ดังนี้

10

Merge Down หรือ Merge Linked เป็นการรวม Layer ที่ใช้งานอยู่กับ Layer ที่อยูลำดับถัดลง โดยถ้า Layer ที่อยู่ลำดับถัดไปมีสัญลักษณ์ รูปโซ่ จะมีข้อความว่า Merge Linked แต่หากไม่มีรูปโซ่จะมีข้อความว่า Merge Down

Merge Visible

เป็นการรวม Layer ที่ถูกแสดงหรือมองเห็นได้ทั้งหมด

Flatten Image

เป็นการรวม Layer ทุกลำดับชั้นเป็น Layer เดียว โดยมีชื่อว่า Background และจะลบ Layer ที่ถูกซ่อน ทิ้งไป

หากต้องการเปลี่ยนชื่อของ Layer ให้คลิกเลือก Layer Properties จะปรากฏ Dialog ของ Layer ซึ่ง สามารถเปลี่ยนชื่อของ Layer ได้ และแถบสีได้

 11

การจัด Set ของ Layer

เป็นการรวบรวม Layer ต่าง ๆ มาไว้เป็นกลุ่ม Layer Set สามารถใช้คำสั่งต่าง ๆ เหมือน Layer ทั่ว ไป เช่น การดู คัดลอก เคลื่อนย้าย และการเปลี่ยนลำดับ ยกเว้นคำสั่งบางคำสั่ง เช่น Layer Effect ดังนั้นใช้ งานคำสั่งใด ๆ ของ Layer Set จะเกิดขึ้นกับ Layer ภายในทุก Layer 

 การสร้าง Layer Set คลิกที่ปุ่ม12 เพื่อสร้าง Set หลังจากนั้นให้คลิกเลือก Layer ที่ต้องการ จัดเก็บค้างไว้ แล้วลากที่ Layer Set จากนั้นให้ปล่อยเมาส์

หากดับเบิ้ลคลิกที่ Layer Set จะปรากฏ Dialog ของ Layer Set Properties ซึ่งสามารถเปลี่ยนชื่อของ Layer Set ได้ และแถบสีได้

13

การทำภาพโดยใช้ Filter

ฟิลเตอร์ (Filter) คือการตกแต่งภาพด้วยเทคนิคพิเศษ ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของภาพตามความต้องการของงาน เราสามารถใช้งาน Filter ได้โดยเลือก Menu > Filter > เลือกใช้ Filter ที่ต้องการ

ตัวอย่างการใช้ Filter

ที่ Menu Bar จะมีปุ่ม Filter(1) อยู่ เมื่อกดแล้วจะมี Filter Menu ปรากฏขึ้นเลื่อนเมาส์ไปยัง Filter “Blur”(2) จะมีเมนูย่อยเพิ่มขึ้นมา ให้กดเลือกที่ “Redial Blur”(3)

14

เมื่อเลือกเสร็จแล้วจะปรากฏหน้าจอการปรับเปลี่ยนลักษณะของ Filter สามารถที่จะกำหนดได้ตามต้องการ (ใน Filter แต่ละตัวนั้น หน้าจอการปรับเปลี่ยนลักษณะของ Filter จะไม่เหมือนกัน) เสร็จแล้วกดปุ่ม OK เพื่อจบขั้นตอนการทำงานของ Filter

15

จะได้ภาพที่มีการตกแต่งด้วย Filter: Radial Blur ออกมา ทั้งนี้ ถ้าใช้ Filter อื่นรูปงานที่ปรากฏ จะต่างกันออกไป

16

ตัวอย่าง Filter ที่น่าสนใจ

18

การใช้งาน Layer Style

คลิกที่เมนู Layer > Layer Style > Blending Options จะปรากฏหน้าต่างดังภาพข้างล่าง

 19

(1) คือ Style ที่ต้องการใช้กับ Layer ที่เราเลือกไว้ จะมีให้เลือก 10 แบบจากบนลงล่าง

(2) คือ การกำหนดค่าต่างๆ ของแต่ละ Style ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละ Style

ตัวอย่างการใช้ Layer Style

20

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s