หน่วยที่ 3 โครงสร้างข้อมูลสำหรับกราฟฟิก

การใช้งาน Palettes

Palettes คือ Dialog ที่ใช้ตรวจสอบและกำหนดคุณสมบัติต่าง ๆ ของรูปภาพ เช่น Palette ของ Navigator และ Info, Palette ของ Color, Swatches เป็นต้น

Palette ต่าง ๆ จะถูกจัดเป็นกลุ่ม ๆ สำหรับการซ่อนหรือแสดง Palettes นั้นให้คลิกที่เมนูคำสั่ง Window จากนั้นเลือก Palette ที่ต้องการซ่อนหรือแสดง Palette ใดถูกเปิดใช้งานอยู่จะมีเครื่องหมายถูก หน้า Palette

Navigator Palette

Navigator Palette เป็น Palette ที่ใช้สำหรับเปลี่ยนขนาดมุมมอง ที่จอภาพตามความเหมาะสม ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี

 10

1. Proxy Preview Area คือส่วนที่แสดงถึงขนาดของภาพในชิ้นงาน กรอบสีหมายถึงขนาดของชิ้นงาน หากกรอบของ Proxy Preview อยู่ริมสุดของภาพแสดงว่าภาพนั้นมีขนาดพอดีกับชิ้นงาน

2. ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของภาพ คือส่วนที่ใช้กำหนดขนาดมุมมองของภาพ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของเปอร์เซ็นต์ โดยค่าของขนาดภาพจริงจะเท่ากับ 100 เปอร์เซ็นต์

3. Zoom Out & Zoom In คือส่วนที่ใช้กำหนดขนาดมุมมองของภาพ ประกอบด้วยส่วนที่ใช้กำหนด 3 ส่วน คือ

3.1 Zoom Out คือส่วนที่อยู่ด้านซ้ายสุด ใช้สำหรับย่อขนาดมุมมองของภาพให้เล็กลง

3.2 Zoom In คือส่วนที่อยู่ด้านซ้ายสุด ใช้สำหรับขยายขนาดมุมมองของภาพให้ใหญ่ขึ้น

3.3 Zoom Slider คือส่วนที่เป็นแถบเลื่อน หากเลื่อนทางด้านซ้ายจะย่อขนาดมุมมองของภาพให้เล็กลง แต่หากเลื่อนมาทางขวาจะขยายขนาดมุมมองของภาพให้ใหญ่ขึ้น

Color Palette

Color Palette คือ Palette ที่ทำหน้าที่เป็นจานสี ซึ่ง Mode สีที่ปรากฏในภาพจะเป็นลักษณะการผสมใน Mode RGB มีส่วนประกอบต่าง ๆ ดังนี้

1. Set foreground color คือส่วนแสดงสีของ foreground

2. Set background color คือส่วนแสดงสีของ background

3. RGB slider คือส่วนที่ใช้กำหนดค่าของการผสมสีใน Mode RGB ซึ่งสามารถเลื่อนเพื่อปรับค่าสีได้จากแถบ slide หรือระบุเป็นตัวเลข (0-255) เช่น สีดำ คือ R=0,G=0, B=0

4. Sample color คือส่วนสำหรับกำหนดค่าสีในลักษณะจุ่มเลือกสี

111

Swatches Palette

Swatches Palette คือ Palette ที่ทำหน้าที่สำหรับเก็บสีหลักๆ ที่นิยมใช้ สามารถเลือกนำมาใช้ได้ทันทีและถ้าหากว่าคุณมีสีที่ต้องการใช้เป็นประจำ สามารถบันทึกสีนั้นไว้ใน Palette นี้ได้

การบันทึกสีที่ต้องการไว้ที่ Swatches Palette สามารถทำได้โดยเลือกสีที่ต้องการ จากนั้นคลิกเมาส์ที่ปุ่มบันทึกสีใหม่ที่ Swatches Palette จะสามารถบันทึกสีที่ต้องการได้12

Styles Palette

Styles Palette คือ Palette ที่มีไว้สำหรับเก็บลวดลายอย่างลวดเร็ว สามารถเลือกลวดลายจาก Palette นี้ไปใช้ในภาพ จะทำให้ภาพที่คุณวาดไว้เปลี่ยนไปตามลวดลายที่เลือกไว้ทันที และยังสามารถสร้างลวดลายให้ขึ้นมาเองได้ด้วย

การใช้งานนั้นสามารถทำได้โดยเลือกที่ Layer ที่ต้องการจะทำ Style แล้วคลิกเลือกที่ Style บน Styles Palette จากนั้น Layer จะเปลี่ยนตาม Style นั้นๆ

13

History Palette

เป็น Palette ที่แสดงขั้นตอนวิธีการต่าง ๆ ที่ใช้ทำงานกับไฟล์ภาพตามลำดับโดยสามารถย้อนกลับไปยังการทำงานต่าง ๆ ในลำดับชั้นและยกเลิกได้ ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้

1. ส่วนที่ใช้กำหนดข้อมูลของการใช้ History Brush Tool

2. เป็นภาพที่แสดงรายละเอียดของงานที่ทำตามลำดับ

3. History State เป็นลำดับขั้นตอนวิธีการต่าง ๆ ที่ได้กระทำลงไป

4. New Document คือส่วนที่ใช้สร้างกระดาษทำการใหม่ โดยคัดลอกภาพจากลำดับที่ชี้อยู่

5. New Snapshot คือส่วนที่ใช้สร้าง Snapshot ใหม่

6. Trash Button คือส่วนที่ใช้ลบขั้นตอนการทำงานกับไฟล์ภาพในลำดับที่เลือกอยู่ออก

14

Layer Palette

Layer Palette เป็น Palette ที่เก็บชิ้นงานหรือภาพทั้งหมด เรียกว่า Layer ซึ่งจะเรียงลำดับก่อนหลัง ทำให้เกิดความสะดวกในการจัดการแก้ไขโดยไม่เกิดผลกระทบกับชิ้นงานหรือภาพอื่น ๆ โดยจะแก้ไขเฉพาะชิ้นงานหรือภาพใน Layer ที่เลือกเท่านั้น ส่วนประกอบของ Layer Palette มีดังนี้

1. Indicates Layer Visibility คือส่วนที่กำหนดการแสดงผลของ Layer หากมีสัญลักษณ์รูปตาแสดงว่าภาพที่อยู่ใน Layer ดังกล่าวถูกแสดงบน Work Area หากไม่มีแสดงว่า Layer นั้นถูกซ่อนหรือไม่แสดงผล

2. Indicates if Layer is Linked คือส่วนที่แสดงว่า Layer ใดกำลังถูกทำงาน Layer นั้น จะมีสัญลักษณ์รูปพู่กัน นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดให้ Layer อื่นเลื่อนตำแหน่งตาม Layer ที่กำลังทำงานอยู่ได้โดยการคลิกให้ Layer อื่นเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์รูปโซ่

3. Add a Layer Style คือส่วนที่ใช้ใส่ Effect เช่น แสง เงา ต่าง ๆ ให้กับภาพใน Layer

4. Add a mask คือส่วนที่ใช้เพิ่ม Mask หรือเพิ่ม 1 Layer ซ้อนทับ Layer ที่กำลังทำงานอยู่ โดยทั้ง 2 จะถือเป็น Layer เดียวกัน

5. Create a new set คือส่วนที่ใช้สร้าง Folder สำหรับเก็บ Layer ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

6. Create new fill or adjustment layer คือส่วนที่ใช้ปรับค่าสี ความคมชัด แสงและความสว่างในแบบต่าง ๆ ของภาพใน Layer

7. Create a new layer คือส่วนที่ใช้สร้าง Layer ใหม่

8. Delete layer คือส่วนที่ใช้ลบ Layer

9. Layer Thumbnail คือส่วนที่แสดงว่า Layer นั้นมีภาพใดอยู่

10. Lock คือส่วนที่ใช้ Lock ในรูปแบบต่างๆ

11. Opacity คือส่วนที่ใช้ทำให้ Layer นั้นโปร่งใส (ทั้ง Fill และ Effect)

12. Fill คือส่วนที่ใช้ทำให้ เฉพาะ Fill ใน Layer นั้นโปร่งใส ซึ่งไม่รวม Effect ที่ Layer นั้นมีอยู่

15

หมายเหตุ: แถบสีน้ำเงินแสดงว่ากำลังทำงานกับ Layer 2

การจัดลำดับ Layer สามารถทำได้โดยนำเมาส์คลิกค้างไว้ที่ Layer แล้วลากไปยังตำแหน่งที่ต้องการ หรือใช้เมนูคำสั่ง Layer -> Arrange

Bring to Front คือ ส่ง Layer ไปยังตำแหน่งบนสุดของทุก Layer

Bring Forward คือ ส่ง Layer ขึ้นไปตำแหน่งบน 1 ขั้น

Send Backward คือ ส่ง Layer ลงไปตำแหน่งล่าง 1 ขั้น

Send to Back คือ ส่ง Layer ลงไปตำแหน่งล่างสุดของทุก Layer แต่ยกเว้น Background Layer

การกำหนดพื้นที่ เพื่อแก้ไขและตกแต่งภาพ (Selection)

Marquee Tool เป็นเครื่องมือสำหรับการกำหนด Selection โดยคลิกเลือก Marquee Tool จาก Tool box จะมี ให้เลือกใช้งาน 4 รูปแบบตามความเหมาะสม

16

วิธีการใช้งาน Marquee Tool

1. ให้คลิกที่ Marquee Tool บน Tool Box หรือหากต้องการเลือกรูปแบบอื่นของ Marquee Tool ให้ คลิกเมาส์ค้างไว้ แล้วคลิกเลือกรูปแบบที่ต้องการสร้าง Selection

2. วางตำแหน่ ของ Cursor รูป เพื่อกำหนดจุดเริ่มสำหรับการสร้าง Selection

3. ให้คลิกเมาส์ค้างไว้และลากเพื่อกำหนดขนาดของพื้นที่ที่ต้องการ แล้วปล่อยเมาส์ จะปรากฏเส้นประ ของ Selection ดังภาพ

17

Training Service (ICT Center)

Marquee options

เมื่อคลิกเลือกใช้งาน Marquee Tool ที่ Tool options bar เราจะสามารถกำหนดคุณสมบัติต่าง ๆ ของ Marquee tool ได้ดังนี้

 18

1. การแก้ไข Selection จะมีให้เลือก 4 รูปแบบคือการกำหนดเลือก Selection ใหม่ การเพิ่ม ตัดและลด Selection และการสร้าง Selection ด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้

เมื่อคลิกเมาส์จะเป็นการสร้าง Selection ขึ้นใหม่

200000สร้าง Selection เพิ่มขึ้น โดยพื้นที่ Selection ก่อนหน้าจะไม่หายไป แต่จะถูกรวมเข้าด้วยกัน

21111ลบพื้นที่ของ Selection ออกจาก Selection ก่อนหน้า

22222เป็นการสร้าง Selection ใหม่ในพื้นที่ Selection เดิม ด้วยวิธี Intersect จากพื้นที่ Selection ที่กำหนด ใหม่และ Selection ก่อนหน้า ที่มีพื้นที่เดียวกัน

2. Feather กำหนดความฟุ้งเบลอของขอบ Selection ภาพ มีค่าตั้งแต่ 1 – 250 หากกำหนดค่ามากความฟุ้ง เบลอจะมากตาม

3. Style ของ Marquee Options มี 3 รูปแบบคือ

• Normal เลือกขนาดอิสระ ขนาดของ Selection จะเปลี่ยนไปตามการเคลื่อนตำแหน่งเมาส์

• Constrained Aspect Ratio กำหนดขนาดของ Selection โดยยืดหยุ่นตามอัตราส่วนของความ กว้าง (Width) และความสูง (Height)

• Fixed Size กำหนดขนาดของ Selection ตามอัตราส่วนของความกว้าง (Width) และความสูง (Height) ที่แน่นอน

4. Width การกำหนดความกว้างของ Selection

5. Height การกำหนดความสูงของ Selection

การสร้าง Fixed Size Selection

ถ้าต้องการสร้าง Selection ขนาดกว้าง 600 ยาว 80 Pixels ให้เปลี่ยนช่อง Style เป็นแบบ Fixed Size และกำหนดความกว้างและความยาวตามที่ต้องการ

20

 

Lasso Tool

เป็นเครื่องมือที่สามารถสร้าง Selection ได้อย่างอิสระ มีความยืดหยุ่นสูง เมื่อคลิก Lasso Tool ที่ Tool bar จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 รูปแบบดังนี้

1. Lasso Tool

เป็นการสร้าง Selection อย่างอิสระ วิธีการใช้งานเมื่อคลิกเมาส์ค้างแล้วลากไปตามขอบของพื้นที่ Selection ที่ต้องการ จนมาบรรจบที่จุดเริ่มต้นแล้วจึงปล่อยเมาส์จะปรากฏเส้นประของ Selection สามารถ กำหนดคุณสมบัติของ Lasso Tool ต่าง ๆ ได้ดังนี้

21

• Feather กำหนดความฟุ้งเบลอของขอบพื้นที่ Selection

• Anti-aliased กำหนดให้ขอบของพื้นที่ที่เลือกมีความเรียบยิ่งขึ้น ไม่ขรุขระ

 

2. Polygonal Lasso Tool

เป็นการสร้างพื้นที่ของ Selection ในลักษณะของรูปหลายเหลี่ยม คลิกเมาส์บนภาพเพื่อกำหนด จุดเริ่มต้นในครั้งแรกแล้ว ลากเมาส์จะปรากฏเส้นต่อจากจุดเริ่มต้นกับปลายเมาส์ วิธีการใช้งานเมื่อคลิกเมาส์ 1 2 Training Service (ICT Center) เอกสารประกอบการอบรมเทคนิคการสร้างและตกแต่งภาพด้วย Adobe Photoshop CS3 หน้าที่ 18

Selection ที่เป็นเส้นตรงเชื่อมจากจุดต้นมายังจุดปลายเมาส์ที่คลิก ให้ทำแบบนี้เรื่อย ๆ เพื่อสร้างเส้นขอบของ Selection จนสุดท้ายให้คลิกเมาส์บรรจบที่จุดเริ่มต้นครั้งแรก จะเกิด Selection ขึ้น สำหรับการกำหนดคุณสมบัติจะเหมือนกับ Lasso Tool

3. Magnetic Lasso Tool

เป็นการสร้างพื้นที่ของ Selection อย่างอิสระและรวดเร็วในลักษณะของแม่เหล็กที่ดูดเข้าหาสี โดย Magnetic Lasso Tool จะใช้ความแตกต่างระหว่างสีที่เลือกกับสีของ Background เป็นตัวกำหนดขอบเขต พื้นที่ Selection วิธีการใช้งานเมื่อคลิกเมาส์เพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นแล้ว ให้ปล่อยเมาส์แล้วลากเมาส์ตาม ขอบเขตพื้นที่ที่ต้องการเลือก Magnetic Lasso Tool จะเลือกขอบเขตพื้นที่ Selection เองโดยอัตโนมัติ จน สุดท้ายให้คลิกเมาส์บรรจบที่จุดเริ่มต้นครั้งแรก จะเกิด Selection ขึ้น คุณสมบัติของ Magnetic Lasso Tool มีเพิ่มจาก Lasso Tool ได้ดังนี้

22

1. Width มีค่าตั้งแต่ 1-40 pixels เป็นการกำหนดให้โปรแกรมทำการตรวจสอบหาขอบเขตของพื้นที่ที่เลือก นับตั้งแต่จุดที่เมาส์ชี้อยู่ไป X pixels เพื่อกำหนดขอบเขต

2. Edge Contrast มีค่าตั้งแต่ 0-100% หากมีค่ามากจะทำให้เส้นขอบของพื้นที่ที่เลือกอยู่ระหว่างสีที่ Contrast กันมาก

3. Frequency มีค่าตั้งแต่ 0-100 pixels หากค่าความถี่มากจะทำให้มีการกำหนดจุดในแต่ละช่วงของการ เลือกมาก ทำให้โปรแกรมสามารถเลือกพื้นที่อย่างมีความถูกต้องมากขึ้น

 

Magic Wand Tool

กำหนดพื้นที่ของ Selection โดยเลือกบริเวณที่มีค่าสีใกล้เคียงกัน วิธีการใช้งานคือคลิกที่ปุ่ม บน Tool box แล้วคลิกเลือกพื้นที่ที่ต้องการสร้าง Selection นอกจากนี้แล้วยังสามารถกำหนดคุณสมบัติของ Magic Wand Tool ได้ดังนี้

23

1. Tolerance มีค่าให้กำหนดตั้งแต่ 0 – 255 pixels เป็นค่าของจำนวนสีที่ใกล้เคียงกับสีที่ถูกเลือก

2. Anti-aliased กำหนดให้ขอบของพื้นที่ที่เลือกมีความเรียบยิ่งขึ้น ไม่ขรุขระ

1 2 3 4 1 2 3

Training Service (ICT Center) เอกสารประกอบการอบรมเทคนิคการสร้างและตกแต่งภาพด้วย Adobe Photoshop CS3 หน้าที่ 19

3. Contiguous สามารถทำการเลือกบริเวณสีที่ใกล้เคียงกันได้เฉพาะในกลุ่ม pixels ที่ได้คลิกเลือกเท่านั้น ถ้า ไม่ได้ Check ไว้จะเลือกบริเวณที่มีสีใกล้เคียงกันในภาพทั้งหมด

4. Use All Layers เลือกสีโดยมองทุก Layer เป็นเหมือน Layer เดียว หากไม่ถูก Check ไว้ หมายถึงใช้ Magic Wand Tool เฉพาะ Layer นั้นเท่านั้น

Crop Tool

กำหนดพื้นที่ของ Selection โดยตัดส่วนที่เหลือที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของ Selection ในภาพทิ้งไป วิธีการใช้งานคือคลิกที่ปุ่ม24 บน Tool box แล้วคลิกเมาส์ค้างไว้จากนั้นลากเมาส์เพื่อกำหนดพื้นที่ของ Selection แล้วจึงปล่อยเมาส์ เมื่อพร้อมที่จะตัดส่วนที่เหลือออก ให้คลิก ปุ่ม25 บน Tool options bar หรือ ปุ่ม26 เพื่อยกเลิก นอกจากนี้เรายังสามารถกำหนดคุณสมบัติต่าง ๆ ของการตัด ดังนี้

27

1. Cropped Area เลือกผลลัพธ์ของภาพที่ตัด

• Delete ตัดภาพโดยลบส่วนที่เหลือออก

• Hide ตัดภาพ โดยซ่อนส่วนที่เหลือเอาไว้

2. Shield cropped area แสดงสีบนพื้นที่ส่วนที่เหลือที่จะถูกตัดออก

3. Color สีที่จะแสดงบนพื้นที่ส่วนที่เหลือ

4. Opacity ค่าความโปร่งแสงของสีบนพื้นที่ส่วนที่เหลือ

5. Perspective ปรับพื้นที่การตัดให้ได้ภาพที่มีมิติ

คำสั่งพื้นฐานของ Selection

All กำหนดพื้นที่ Selection โดยใช้พื้นที่ของรูปภาพทั้งหมด

Deselect ยกเลิกการกำหนดพื้นที่ Selection

Reselect ย้อนกลับไปกำหนดพื้นที่ Selection หลังจากได้ยกเลิกไป

Inverse เป็นการเปลี่ยนพื้นที่ของ Selection จากที่กำหนดไว้ให้เป็น พื้นที่ตรงข้าม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s